เงื่อนไขและข้อกำหนด บัตรสินเชื่อเทสโก้ โลตัส พรีเมียร์

1. ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาฉบับนี้ บริษัท เทสโก้ คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด ("ผู้ให้กู้") ตกลงให้สินเชื่อแก่ ผู้กู้และผู้กู้ตกลงรับสินเชื่อจากผู้ให้กู้เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ให้กู้ให้ความเห็นชอบ หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด ที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย ตามจำนวนเงินที่ผู้ให้กู้ อนุมัติเป็นครั้งคราวและไม่เกินวงเงินที่ผู้ให้กู้จะพิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้ ผู้กู้อาจขอรับสินเชื่อเพิ่มเติม ได้โดยการอนุมัติของผู้ให้กู้ ทั้งนี้โดยผู้กู้จะต้องลงนามในคำขอรับสินเชื่อตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด เมื่อได้รับการอนุมัติ สินเชื่อผู้ให้กู้จะดำเนินการสร้างสถานะการเป็นสมาชิกให้แก่ผู้กู้เพื่อผู้กู้สามารถรับสิทธิประโยชน์ที่ผู้กู้จะพึงได้รับเมื่อผู้กู้ดำเนินการตามแบบวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด
    วงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้อนุมัติตามวรรคแรกเป็นวงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้สามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลด) ในภายหลังโดยพิจารณาจากประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน ประวัติการชำระหนี้ของผู้กู้ ซึ่ง เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้ ทั้งนี้การปรับเพิ่มหรือลดวงเงินต่างๆ ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบบัญชี หรือตามแต่ที่ผู้ให้กู้เห็นสมควรในกรณีที่ผู้ให้กู้พิจารณาลดวงเงินสินเชื่อหรืออนุมัติให้วงเงินสินเชื่อแก่ผู้กู้เท่าเดิมหรือ อนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมให้แก่ผู้กู้ ผู้กู้จะมีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อจากผู้ให้กู้ได้ต่อไป ในกรณีที่ผู้ให้กู้พิจารณาลดวงเงิน สินเชื่อหรือไม่อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้กู้ ผู้กู้จะไม่มีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อส่วนดังกล่าวจากผู้ให้กู้อีก ทั้งนี้ไม่กระทบกับ สินเชื่อที่ผู้กู้ได้เบิกถอนไปแล้ว ซึ่งผู้กู้จะต้องชำระคืนต้นเงินกู้ และดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้ จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวนที่ผู้กู้มีต่อผู้ให้กู้ภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้กับผู้ให้กู้

2. ผู้กู้ตกลงว่า
    2.1) ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการที่ร้านค้าปกติ และ/หรือการซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าออนไลน์ที่ผู้ให้กู้ให้ความเห็นชอบ
    (ก) จำนวนเงินที่ผู้กู้เบิกถอนสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้า/บริการจะต้องไม่ต่ำกว่าที่ผู้ให้กู้กำหนด
    (ข) ผู้กู้ตกลงผ่อนชำระคืนสินเชื่อค่าสินค้า/บริการเป็นรายงวดตามที่ได้ตกลงกับผู้ให้กู้
    (ค) ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราว ผู้กู้จะต้องลงลายมือชื่อในเอกสาร หรือดำเนินการตามแบบวิธีการอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้กำหนดเพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้า หรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ ซึ่งหมายรวมถึงการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการลงลายมือชื่อ เพื่อขอกู้เงินสำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการ และ/หรือ เพื่อยืนยันตัวตน และ/หรือยืนยันการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อสินค้า/บริการตลอดจนการรับและใช้เงินสินเชื่อของผู้กู้
    (ง) ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้ชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการแทนผู้กู้ และให้ถือว่าผู้กู้ได้รับต้นเงินกู้แล้วโดยสมบูรณ์เมื่อผู้กู้ได้รับสินค้าและ/หรือบริการ หรือเมื่อผู้ให้กู้ชำระค่าสินค้า/ค่าบริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการทั้งนี้แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินของผู้ให้กู้ให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของผู้กู้
   2.2) ในกรณีรับเป็นเงินสด/สินเชื่อตามวิธีต่างๆ ในข้อ 3 (ยกเว้นการทำธุรกรรมทางเครื่อง ATM) ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้ส่งมอบเงินสินเชื่อให้แก่ผู้กู้ โดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผู้กู้มีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ตามที่ระบุไว้ในคำขอสินเชื่อฉบับนี้ หรือตามบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ที่ผู้กู้ได้แจ้งแก่ผู้ให้กู้ทราบในภายหลังโดยวิธีใดๆ และให้ถือว่าผู้กู้ได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่ที่ผู้ให้กู้นำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าผู้กู้จะได้เบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม และให้ถือว่าคำขอรับสินเชื่อและการนำฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารดังกล่าวเป็นหลักฐานแห่งการรับสินเชื่อโดยชอบแล้วของผู้กู้

3. ในการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ (ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 2.2) ผู้กู้สามารถขอรับต้นเงินกู้ได้ ภายใต้การอนุมัติของผู้ให้กู้ โดยวิธีการต่างๆ ซึ่งไม่จำกัดเพียงวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้
   3.1) ทำคำขอเบิกถอนต้นเงินกู้ตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด ผู้ให้กู้จะส่งมอบต้นเงินกู้ตามที่ผู้กู้ร้องขอโดยผู้กู้จะต้องลงนามในเอกสารรับต้นเงินกู้ตามแบบที่ผู้ให้กู้กำหนด
   3.2) ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรม/แอปพลิเคชั่นของผู้ให้กู้ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่และ/หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ หรือระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ โดยผู้กู้จะต้องใช้รหัสประจำตัวที่ผู้ให้กู้กำหนดและจัดส่งให้ผู้กู้ หรือที่ผู้กู้ลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินที่ผู้ให้กู้กำหนด ทั้งนี้ในการเบิกถอนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ข้างต้น ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบต่อความเสียหายและจำนวนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด เสมือนผู้กู้ได้ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ด้วยตัวเองในทุกกรณี ในกรณีการเบิกต้นเงินกู้ทางโทรศัพท์หรือผ่านทางโปรแกรมของผู้ให้กู้ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่และ/หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ หรือระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ดังกล่าวให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกผ่านช่องทางต่างๆ เป็นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่ผู้กู้ได้รับตามสัญญากู้ที่ผู้กู้ทำไว้กับผู้ให้กู้ก่อนหน้านี้
   3.3) ทำการเบิกใช้สินเชื่อโดยทำธุรกรรมผ่านเครื่อง EDC ณ จุดที่ผู้ให้กู้เปิดให้บริการหรือผ่านบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้ให้กู้ โดยผู้กู้สามารถใช้บัตรในการทำรายการเบิกใช้สินเชื่อผ่านทางเครื่อง EDC ตามวิธีการของผู้ให้กู้ (ไม่ว่าจะต้องใช้รหัสประจำตัวที่ผู้ให้กู้กำหนดให้หรือไม่ก็ตาม) และลงลายมือชื่อในเอกสารการเบิกสินเชื่อ (Sales Slip) หรือเอกสารการรับสินค้า/บริการ หรือบนอุปกรณ์อื่นใด หรือโดยวิธีการอื่นใดตามแบบวิธีการที่ผู้ให้กู้และ/หรือผู้ขายสินค้า/ผู้ให้บริการกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานในการเบิกและรับสินเชื่อทุกครั้ง ทั้งนี้ในการเบิกถอนด้วยวิธีดังกล่าว ผู้กู้ตกลงให้ถือต้นเงินกู้ดังกล่าวเป็นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่ผู้กู้ได้รับตามสัญญากู้ที่ทำไว้กับผู้ให้กู้
   3.4) สำหรับสมาชิกที่สามารถเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) สมาชิกสามารถเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ/หรือธนาคารอื่นที่เข้าร่วมเครือข่ายเอทีเอ็มพูล (ATM POOL) (ตามแต่กรณี) โดยการใช้บัตรสมาชิกกับเลขรหัสประจำตัวที่ผู้ให้กู้ออกให้ โดยการใช้บริการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่อง ATM ผู้กู้รับทราบว่าผู้กู้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการดังกล่าวตามอัตราที่ผู้ให้กู้ประกาศไว้ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่อง ATM ที่อยู่ภายใต้เครือข่ายมากกว่า 1 เครือข่ายนั้นการเก็บค่าใช้จ่ายจะเก็บเพียงเครือข่ายเดียว/ครั้ง ตามรายละเอียดที่ผู้ให้กู้ได้แจ้งให้ผู้กู้ทราบในคู่มือการใช้บริการผลิตภัณฑ์ของผู้ให้กู้
   ผู้กู้ตกลงว่าการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อโดยการใช้บัตรสมาชิกที่ผู้ให้กู้ออกให้แก่ผู้กู้ผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อ 3 นี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่ตกลงกับผู้ให้กู้ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) โดยการทำคำขอรับเงินสด/สินเชื่อของผู้กู้ (ข) ผ่านทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของผู้ให้กู้ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ/หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ หรือระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ (ค) ผ่านเครื่อง EDC และ/หรือ (ง) จากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัตินั้น ให้การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อและให้บรรดาใบนำฝากเงินเข้าธนาคาร รายงานการเบิกจ่ายบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติหรือรายการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของผู้กู้

4. สมาชิกตกลงชำระค่าดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ดังต่อไปนี้
   4.1) ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราที่ตกลงกับผู้ให้กู้ (รวมเรียกว่า "ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ" เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปีและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราสูงสุดไม่เกิน 13% ต่อปี) ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามอัตราที่ผู้ให้กู้ประกาศกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากผู้ให้กู้
   4.2) หากผู้กู้ไม่ชำระเงินหรือชำระไม่ครบถ้วน ตามจำนวนที่ผู้ให้กู้เรียกเก็บในแต่ละเดือนผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้นำยอดคงค้างของเดือนนั้น พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้เรียกเก็บในขณะนั้น และ/หรือค่าธรรมเนียมค่าปรับใดๆ มาเรียกเก็บจากผู้กู้ในงวดบัญชีถัดไปทั้งจำนวน
   4.3)ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้ได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ อาทิ ค่าติดตามทวงถาม เป็นต้น และในกรณีที่การติดตามทวงถามหนี้เงินกู้ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดสัญญาใดๆ ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ให้กู้จนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

5. ผู้กู้ตกลงชำระคืนสินเชื่อเป็นรายงวดต่อเดือนตามที่ได้ตกลงไว้กับผู้ให้กู้ โดยผู้ให้กู้จะส่งใบแจ้งยอดบัญชีในรูปแบบปกติทางไปรษณีย์ หรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือทางแอปพลิเคชั่นที่ติดตั้งบนโทรศัพท์ เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดของผู้กู้ หรือให้ผู้กู้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ เพื่อเรียกเก็บค่างวดจาก ผู้กู้เป็นรายเดือนล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วันและผู้กู้ตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้ง ค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ในกรณีที่ผู้กู้ชำระสินเชื่อก่อนวันที่กำหนด ในงวดใดๆ ให้ถือว่าผู้กู้ยินยอมให้นำเงินค่างวดดังกล่าวหักเข้าบัญชีเพื่อหักหนี้คงค้างของผู้กู้ ณ วันที่ผู้ให้กู้ได้รับชำระเงินจากผู้กู้ 
    กรณีที่ผู้กู้ไม่ได้รับหรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมด  หรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชีหรือนับจากวันที่ผู้ให้กู้ได้จัดส่งใบ แจ้งยอดบัญชีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้กู้ ผู้ให้กู้จะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่ผู้กู้โต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจ สอบให้ผู้กู้ทราบโดยเร็วที่สุด หากผู้กู้เพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้น ถูกต้อง เว้นแต่ผู้กู้จะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้องและความไม่ ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของผู้กู้เอง ทั้งนี้ผู้กู้ต้องทักท้วงรายการใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้องซึ่ง
เป็นรายการจากการซื้อสินค้า/บริการภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชี

6. ผู้กู้ตกลงชำระค่างวด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ตามสัญญาฉบับนี้ตามวิธีที่ระบุในใบแจ้งยอดหนี้หรือโดยวิธีดังต่อไปนี้
   6.1) ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ)
   6.2) ชำระโดยวิธีหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้กู้และธนาคาร
   6.3) วิธีการอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบเพิ่มเติม   ทั้งนี้ ในการชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ ผู้กู้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการแต่ละรายกำหนดและผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการใช้บริการและ/หรือค่าใช้จ่ายต่างๆตามอัตราที่ผู้ให้บริการรับชำระเงินแต่ละรายกำหนด โดยอาจจะชำระให้กับผู้ให้บริการโดยตรงหรือผู้ให้กู้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการนี้ในใบแจ้งยอดบัญชีเดือน
ถัดไป (ตามแต่กรณี) ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของผู้ให้บริการแต่ละราย
ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้นำเงินที่ได้รับจากผู้กู้ไปชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อและค่าใช้จ่ายอื่นใดที่ผู้ให้กู้เรียกเก็บและถึงกำหนดชำระหรือค้างชำระอยู่ และหากยังมีเงินคงเหลือจึงนำไปชำระหนี้สินเชื่อที่ถึงกำหนดชำระ หรือค้างชำระอยู่ต่อไป หรือในลำดับก่อนหลังตามที่ผู้ให้กู้เห็นควร หรือในลำดับก่อนหลัง ตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี

7. ผู้กู้ตกลงและรับทราบว่า ผู้กู้อาจชำระเงินกู้คืนทั้งหมดก่อนกำหนดตามที่จะได้ตกลงกับผู้ให้กู้ โดยผู้กู้ต้อง แจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี และผู้กู้ต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่นๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่ผู้ให้กู้ทั้ง จำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป ทั้งนี้ ผู้ให้กู้สงวนสิทธิ์ที่จะคิด ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถคิดได้ตามที่กฎหมายกำหนด คิดคำนวณบน ยอดเงินต้นทั้งหมดที่ผู้กู้เบิกใช้ นับจากวันที่ผู้กู้ได้รับเงินต้น  จนถึงวันที่ผู้กู้ทำการชำระคืนทั้งหมด หรือหากมี กรณีที่ผู้ให้กู้ตกลงให้อัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมสินเชื่อต่ำกว่าอัตราปกติ ผู้ให้กู้ยังขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับ อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษดังกล่าวกลับมาเป็นอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมสินเชื่อใน อัตราปกติที่ผู้ให้กู้สามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม เมื่อรวมจำนวน ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้กู้ต้องชำระจะต้องไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้กู้สามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

8. ผู้กู้ตกลงและรับทราบว่าผู้ให้กู้อาจจัดให้มีรายการคะแนนสะสม หรือรายการผลประโยชน์เป็นครั้งคราวอัน เนื่องมาจากการใช้สินเชื่อของผู้กู้ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ผู้ให้กู้ได้แจ้งให้ผู้กู้ทราบ ทั้งนี้ ผู้กู้ตกลงผูกพัน ตามข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ โดยให้ยึดถือตามข้อกำหนดและ เงื่อนไขที่ได้ประกาศใช้ฉบับล่าสุด ผู้กู้ตกลงว่าบรรดาสิทธิพิเศษใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิพิเศษจาก รายการส่งเสริมการขาย รายการคะแนนสะสม หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้จะจัดให้กับผู้กู้นั้น นอกเหนือจาก ที่ได้มีการระบุไว้ในเงื่อนไขของรายการนั้นๆ ผู้กู้ตกลงว่าผู้ให้กู้มีสิทธิที่จะมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ดังกล่าวให้กับ เฉพาะผู้กู้รายที่บัญชียังไม่ถูกระงับหรือยกเลิก มีประวัติการชำระเงินดี และไม่ได้มีการทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆ ตามสัญญานี้

9. กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา
   9.1) ผู้กู้ผิดนัดชำระค่างวดที่ถึงกำหนดชำระไม่ว่างวดหนึ่งงวดใดไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือบุคคลใดๆ หรือผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระกับผู้ให้กู้เมื่อถึงกำหนดชำระเป็นจำนวนรวมกันตั้งแต่ 2 งวดขึ้นไปภายในรอบ 6 เดือน
   9.2) ผู้กู้ไม่ปฎิบัติตนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดตามสัญญาฉบับนี้ (นอกจากการผิดนัดชำระค่างวดตามข้อ 9.1) และผู้กู้ไม่ดำเนินการแก้ไขข้อผิดสัญญาดังกล่าวตามที่ผู้ให้กู้ได้แจ้งให้ทราบและภายในเวลาที่ผู้ให้กู้กำหนด
   9.3) ผู้กู้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จในการสมัครเข้าเป็นผู้กู้ไม่ว่าข้อความอันเป็นเท็จนั้นจะได้ปรากฏหรือเป็นที่รับทราบของผู้ให้กู้ในภายหลังการรับเข้าเป็นผู้กู้
   9.4) ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้า และผู้กู้ได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ โดยการคืนสินค้าหรือเลิกใช้บริการ หรือลักษณะอื่นซึ่งผู้ให้กู้เห็นว่าผู้กู้ไม่มีเจตนา หรือความประสงค์จะซื้อสินค้า หรือใช้บริการตามวัตถุประสงค์ของการซื้อสินค้าตามปกติ
   9.5) เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของผู้กู้หรือรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆ (หรือผู้กู้มีภาระหนี้หรือวงเงินไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินอื่นสูงเกินกว่ารายได้) และผู้ให้กู้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้กู้เป็นผู้มีฐานะการเงินไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ หรือผู้กู้ประสบปัญหาอื่นใดอันเป็นสาระสำคัญซึ่งมีผลต่อการชำระหนี้ของผู้กู้ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการประสบปัญหาการว่างงาน การเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือการทุพพลภาพ)
   9.6) ผู้ให้กู้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้กู้ใช้สินเชื่อวัตถุประสงค์และ/หรือมีพฤติกรรมหรือคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมในการใช้สินเชื่อ หรือมีพฤติกรรมใช้สินเชื่อในทางฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการปลอมและการใช้เอกสารปลอมในการขอใช้สินเชื่อ และ/หรือการกระทำอันมีลักษณะฟอกเงิน) หรือเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
   9.7) กรณีที่ผู้กู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือถึงแก่กรรม หรือสาบสูญ หรือถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
   9.8) ผู้กู้ถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือเป็นบุคคลที่ถูกหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจมีคำสั่งให้ยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมอันถือได้ว่าเป็นการฉ้อฉลผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินอื่น
   9.9) เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย กฎกระทรวงและ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญแก่การประกอบกิจการของผู้ให้กู้และ/หรือการให้บริการของผู้ให้กู้ตามสัญญาฉบับนี้หรือผู้ให้กู้ตัดสินใจยกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้
   9.10) ในกรณีที่ผู้กู้ไม่มียอดคงค้าง ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านบัญชีของผู้กู้ ไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่ได้มีการติดต่อกับผู้ให้กู้ และ/หรือผู้ให้กู้ไม่สามารถติดต่อผู้กู้ได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
   9.11) กรณีอื่นๆ ตามที่ผู้ให้กู้จะประกาศให้ทราบต่อไป

10. เมื่อเกิดเหตุผิดสัญญาตามที่กำหนดในข้อ 9. ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้กู้มีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้สินเชื่อของผู้กู้ชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่ผู้ให้กู้ได้ส่งคำบอกกล่าวให้แก่ผู้กู้ตามหลัก เกณฑ์การบอกกล่าวตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญา และเตือนให้ผู้กู้ดำ เนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด (กรณีที่สามารถแก้ไขได้แต่ไม่ได้แก้) ผู้ให้กู้มีสิทธิ บอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้ทันที โดยให้หนี้ในงวดที่เหลือถึงกำหนดชำระทันทีพร้อมทั้งเรียกให้ผู้กู้ ชำระคืนเงินที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ ค่าปรับและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระ ให้แก่ผู้ให้กู้รวมถึงหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่ผู้กู้มีต่อผู้ให้กู้ได้ทันที และผู้กู้ตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ แก่ผู้ให้กู้สำหรับบรรดาความเสียหายที่ผู้ให้กู้ได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองด เว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ให้กู้ตามกฎหมาย หรือตามที่ระบุในสัญญานั้นไม่ถือว่าผู้ให้กู้สละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ผู้กู้แต่ประการใด

11. ในระหว่างที่มีเหตุผิดสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น (นอกเหนือตามสิทธิตามข้อ 10) ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิใน การยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่มอบให้กับผู้กู้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีที่ผู้กู้ได้รับอัตราค่า ธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษ (ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 4.1) โดยเมื่อมีเหตุผิดสัญญาเกิดขึ้น ผู้ให้กู้ สงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษที่ผู้กู้ได้รับให้เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่ออัตราปกติ  จนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้กู้ต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า

12. ในกรณีที่ผู้กู้ย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน ผู้กู้จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ให้กู้ทราบทันที โดยทำเป็นหนังสือ หรือตามวิธีที่ผู้ให้กู้กำหนด ทั้งนี้ ผู้ให้กู้จะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้กู้ทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ บรรดาเอกสาร หรือหนังสือใดๆ ที่ผู้ให้กู้ส่งไปยังผู้กู้ ไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียน หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือให้คนนำไปส่งเองก็ตามถ้าหากส่งไปยังที่อยู่ และ/หรือที่ ทำงาน หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้กู้แจ้งไว้ให้ถือว่าส่งให้ผู้กู้แล้วโดยชอบ ทั้งนี้ไม่จำต้องคำนึงว่าจะถึงตัวผู้กู้หรือมีผู้ใดรับไว้หรือไม่ก็ตาม

13. ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้โอนสิทธิตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้ โดยผู้กู้จะส่งคำบอกกล่าวการโอนให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

14. ผู้กู้ตกลงยินยอมให้ผู้ให้กู้ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด/บริษัทข้อมูลเครดิต เปิดเผยหรือให้ข้อมูล เครดิต ของผู้กู้แก่ผู้ให้กู้ซึ่งเป็นสมาชิกหรือผู้ใช้บริการของบริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์สินเชื่อตามคำ ขอสินเชื่อ/คำขอปรับวงเงินสินเชื่อของผู้กู้และ/หรือรวมทั้งเพื่อประโยชน์ในการทบทวนสินเชื่อต่ออายุสัญญา สินเชื่อปรับลดหรือเพิ่มวงเงินสินเชื่อการบริหารและป้องกันความเสี่ยงตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้สามารถนำผลการตรวจสอบดังกล่าวมาใช้ใน การพิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้ว่ามีลักษณะเข้าข่ายกรณีต่างๆ ตามข้อ 9 หรือไม่ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง ประเภทบัญชีสินเชื่อ ชื่อเรียกของสินเชื่อ เลขที่บัญชีสินเชื่อ และ/หรือการโอนบัญชีสินเชื่อเดิมของผู้กู้ ผู้กู้ยินยอม ให้ผู้ให้กู้ใช้หนังสือให้ความยินยอมฉบับเดิมหรือหลักฐานการให้ความยินยอมที่ผู้กู้ได้เคยให้ไว้กับผู้ให้กู้สำหรับบัญชี สินเชื่อใหม่ได้โดยไม่จำต้องขอความยินยอมในเรื่องดังกล่าวจากผู้กู้อีกเพื่อประโยชน์ตามที่ระบุไว้ข้างต้น

15. ผู้กู้สงวนสิทธิ์ที่ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าธรรม เนียม ค่าบริการต่างๆ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบโดยปิดประกาศที่สำนักงานหรือ สาขาของผู้ให้กู้หรือทาง www.tescolotusfs.com ล่วงหน้าก่อนจะถือปฏิบัติ ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่ใน กรณีเร่งด่วน ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ทราบทางจดหมายหรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทย ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า เจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามกรณี ที่การเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวเป็นประโยชน์ หรือลดภาระแก่ผู้กู้ให้มีผลบังคับในทันที ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในสามสิบวัน (30) วัน หลังจากมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ฉบับนี้และผู้กู้ตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้อีกทั้งสิ้น

16. ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่ผู้กู้ได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่ผู้ให้ กู้อาจ ประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของ สัญญาการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์  หรือใช้บังคับมิได้ ในประการใดๆ ตามกฎหมายให้ส่วนอื่นๆ ของสัญญาการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมายและใช้ บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความ ดังกล่าวนั้น
    สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายของประเทศไทย ในกรณีที่มีการจัดทำขึ้นเป็นทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ หากมีข้อความขัดแย้งกันให้ใช้สัญญาภาษาไทยเป็นหลักในการบังคับใช้และตีความ
    ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาให้สินเชื่อฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความ ประสงค์ของผู้กู้ทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อ เทสโก้ โลตัส พรีเมียร์ และผู้กู้จะได้รับ สำเนา สัญญาการใช้สินเชื่อ เทสโก้ โลตัส พรีเมียร์ โดยผู้ให้กู้จะทำการแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อให้ผู้กู้ทราบต่อไป