เงื่อนไขและข้อกำหนด บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า

สัญญาการใช้บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า

          ในสัญญานี้หากไม่กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่นแล้ว “บริษัท” หมายถึง บริษัท เทสโก้ คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด  “บัตร” หมายถึง บัตรเครดิตที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือบัตร (บัตรหลัก) และให้แก่บุคคลตามที่ผู้ถือบัตรหลักร้องขอ (บัตรเสริม) “ผู้ถือบัตร” หมายถึง ผู้ที่บริษัทได้อนุมัติให้เป็นสมาชิกของบริษัทเพื่อใช้บริการบัตรเครดิตและส่งมอบบัตรเครดิต ให้ใช้ในฐานะผู้ถือบัตรหลักและ/หรือผู้ถือบัตรเสริมก่อนการเปิดใช้บริการบัตรการลงลายมือชื่อหลังบัตรและ/หรือ การใช้บัตรนี้ผู้ถือบัตรกรุณาอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ตามสัญญานี้ให้เข้าใจเพราะโดยการลงลายมือชื่อ หลังบัตรการเปิดใช้บริการบัตรและ/หรือการใช้บัตรนี้ของผู้ถือบัตรจะถือว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพัน และปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญานี้ ทุกประการ

1. สิทธิหน้าที่ของผู้ถือบัตร

    1.1 บัตรที่บริษัทออกให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทซึ่งมอบให้ผู้ถือบัตรเป็นผู้ใช้เท่านั้นผู้ถือบัตรจะไม่จำหน่าย หรือ โอนสิทธิตามสัญญานี้ให้แก่บุคคลอื่นใดรวมทั้งไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นใดใช้บัตรแทนและ/หรือลงลายมือชื่อแทนในทุกกรณี ทั้งนี้ผู้ถือบัตรจะต้องลงลายมือชื่อในช่องที่กำหนดไว้ด้านหลังบัตรทันทีที่ได้รับบัตรโดยการลงลายมือชื่อหลังบัตรและ/หรือ การใช้บัตรนี้ให้ถือว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อสัญญาต่างๆ ในสัญญานี้ทุกประการ
    1.2 ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรนี้ในการ
         (ก) เบิกเงินสดล่วงหน้า
         (ข) ชำระค่าสินค้า ค่าบริการต่างๆ และ/หรือค่าอื่นใดแทนการชำระเงินสดไม่ว่าจะผ่านทางร้านค้าหรือสถานที่ ให้บริการที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์บัตรติดตั้งอยู่ หรือ
         (ค) ทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ทางโทรศัพท์ ทางไปรษณีย์ หรือทางเครื่องเบิกถอนเงินสดอัตโนมัติ หรือทางเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น หรือโปรแกรมอื่นใด ได้ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากบริษัท ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อนุมัติและ/หรือไม่รับผิดชอบวงเงินจากการใช้บัตร ที่เป็นการฝ่าฝืนวัตถุประสงค์การใช้บัตร หรือเป็นการฝ่าฝืนตาม ข้อ 2.1 โดยการทำธุรกรรมต่างๆ ดังกล่าว (รวมถึง การใช้บริการหักชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ผ่านบัญชีบัตรเครดิตของผู้ถือบัตร) ผู้ถือบัตรตกลงให้ข้อสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมต่างๆ ดังกล่าว (ถ้ามี) ไม่ว่าจะมีการลงนามโดยผู้ถือบัตรหรือไม่ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ และตกลงยอบรับในข้อกำหนด และเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุในสัญญาดังกล่าวทุกประการ
    1.3 ในกรณีที่ผู้ถือบัตรใช้บัตรแทนการชำระเงินเกินกว่าวงเงินที่บริษัทกำหนด โดยได้รับอนุมัติจากบริษัทเป็นครั้งคราวไม่ถือว่าการอนุมัตินั้นเป็นการเพิ่มวงเงินถาวรให้ผู้ถือบัตร และผู้ถือบัตรต้องชำระส่วนที่เกินวงเงินที่ได้ใช้ไปให้กับบริษัทเต็มทั้งจำนวน หรือตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกับบริษัทเป็นคราวๆ ไป
    1.4 ในกรณีที่บริษัทอนุมัติออกบัตรเสริม ผู้ถือบัตรหลักตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าธรรมเนียมต่างๆ) ที่เกิดขึ้นจากหรือเป็นผลมาจากการที่บริษัทออกบัตรให้แก่ผู้ถือบัตรเสริม และ/หรือการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมตามที่ผู้ถือบัตรหลักร้องขอโดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องความสามารถทางกฎหมายของผู้ถือบัตรเสริม และจะไม่ยกข้อจำกัดดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดดังกล่าว หรือเป็นข้อโต้แย้งสิทธิของบริษัทในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเช่นว่านั้นทั้งหมดจากผู้ถือบัตรหลัก และผู้ถือบัตรหลักตกลงว่าการใช้บัตรของผู้ถือ บัตรเสริมเป็นการกระทำภายใต้อำนาจของผู้ถือบัตรหลักทุกประการ โดยผู้ถือบัตรหลักจะไม่ปฏิเสธความรับผิดใดๆ ที่ เกิดจากการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม นอกจากนี้ผู้ถือบัตรเสริมตกลงรับผิดร่วมกันกับผู้ถือบัตรหลักในฐานะลูกหนี้ร่วมเพื่อชำระเงินค่าสินค้าและ/หรือบริการอันเกิดจากการใช้บัตรรวมทั้งดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้แก่บริษัท ทั้งนี้ในกรณีที่บริษัทติดตามหนี้จากผู้ถือบัตรหลัก หรือผู้ถือบัตรเสริมรายใดรายหนึ่ง ไม่ถือเป็นการตัดสิทธิบริษัทในการติดตามหนี้จากผู้ถือบัตรที่เหลือจนกว่าบริษัทจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนหมดสิ้นแล้วทั้งจำนวน
    1.5 ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรนี้เบิกถอนเงินสดโดยวิธี (1) ทำธุรกรรมผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ 5 ของสัญญานี้ (2) ทำธุรกรรมผ่านระบบ/โปรแกรม อื่นใดที่บริษัทจัดให้มีขึ้น (3) เบิกถอนผ่านเครือข่ายของ VISA โดยการเบิกถอนเงินสด ณ เคาน์เตอร์ที่มีเครื่องหมาย VISA และ/หรือ   (4) เบิกถอนจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) หรือ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ของสถาบันการเงินที่มีเครื่องหมาย VISA/PLUS/ATM POOL หรือจากเครื่องฝากถอนอัตโนมัติที่บริษัทจัดเตรียมไว้ ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 6 ของสัญญานี้โดย
         (ก) ผู้ถือบัตรตกลงปฏิบัติตามสัญญาฉบับนี้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดใดๆ ที่อาจมีขึ้นเป็นครั้งคราว
         (ข) สำหรับกรณีการทำธุรกรรมผ่านระบบโทรศัพท์หรือทางเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือช่องทางอื่นใด ผู้ถือบัตรสามารถดำเนินการตั้งเลขรหัสประจำตัว (Personal Identification Number หรือ PIN) ด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด เพื่อเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า โดยอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของจำนวนเงินและจำนวนครั้งที่เบิกถอน โดยผู้ถือบัตรสามารถเปลี่ยนแปลงรหัสดังกล่าวในภายหลังได้ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรต้องระมัดระวังป้องกันมิให้ผู้อื่นทราบหรือล่วงรู้เลขรหัสประจำตัวได้
         (ค) ในการเบิกถอนเงินสดผ่านบัตรไม่ว่าโดยวิธีหนึ่งวิธีใดตามที่ระบุข้างต้น ผู้ถือบัตรตกลงให้ถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำของผู้ถือบัตร
         (ง) ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทคิดค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดในอัตราที่บริษัทกำหนด แต่ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทจะเรียกเก็บได้ตามกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น โดยผู้ถือบัตรสามารถเบิกถอนเงินสดได้เป็นจำนวนไม่เกินวงเงินเบิกถอนเงินสดที่บริษัทกำหนด ซึ่งบริษัทจะประกาศให้ทราบเป็นคราวๆ ไป  ทั้งนี้สำหรับการเบิกถอนเงินสด ณ เคาน์เตอร์ ที่มีเครื่องหมาย VISA จำนวนเงินที่จะเบิกได้จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการนั้นๆ เป็นผู้กำหนด
    1.6 นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ตามข้อ 2.2 ผู้ถือบัตรตกลงว่าวงเงินของบัตรเครดิต รวมถึงวงเงินเบิกเงินสดที่บริษัทอนุมัติให้ผู้ถือบัตรนั้นเป็นวงเงินที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาเปลี่ยนแปลง (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลด) ในภายหลังได้     ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท โดยบริษัทสงวนสิทธิที่จะปรับเพิ่มหรือลดวงเงินบัตรเครดิตและ/หรือวงเงินเบิกถอนเงินสด ของผู้ถือบัตร (รวมถึงการยกเลิกวงเงินเบิกเงินสด) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ถือบัตรลักษณะการใช้บัตรประวัติ การชำระเงินและ/หรืออายุการเป็นสมาชิกบัตรของผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรสามารถทำการตรวจสอบวงเงินเบิกเงินสดของ ผู้ถือบัตรได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท
    1.7 ในการใช้บัตรชำระค่าสินค้า/บริการต่างๆ แทนเงินสดนั้น ผู้ถือบัตรต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
         1.7.1 กรณีเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ (EDC) ผู้ถือบัตรต้องแสดงบัตรต่อพนักงานของสถานประกอบการ และ/หรือลงลายมือชื่อในเอกสารการขายหรือการให้บริการ (Sales Slips) หรือบนเครื่องรับลายเซ็น (Electronic Sign Pad) หรืออุปกรณ์อื่นใด หรือไม่ต้องลงลายมือชื่อตามเงื่อนไขที่บริษัท ร้านค้า หรือ สถานประกอบการกำหนด โดยร้านค้าหรือสถานประกอบ การจะให้ใบเสร็จรับเงินกับผู้ถือบัตรเพื่อเป็นหลักฐานในการใช้บัตรแทนการชำระเงิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไข ของบริษัท ร้านค้าหรือสถานประกอบการจะประกาศกำหนด
         1.7.2 กรณีการเวฟบัตร ผู้ถือบัตรต้องทำรายการด้วยตนเองที่เครื่องอ่านบัตร โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสาร การขายหรือการให้บริการ (Sales Slip) ซึ่งจะทำรายการได้ภายในจำนวนเงินไม่เกินจากที่บริษัทกำหนดต่อการทำรายการหนึ่งครั้ง หรือตามเงื่อนไขอื่นใดที่บริษัทกำหนด หากจำนวนเงินที่จะต้องชำระเกินกว่าที่กำหนดหรือกรณีตามเงื่อนไขอื่น จะต้องชำระด้วยเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ (EDC) และลงลายมือชื่อที่ส่วนท้ายของเอกสารการขาย หรือการใช้บริการ
         ทั้งนี้ ใบเสร็จรับเงินจากสถานประกอบการดังกล่าวไม่ถือเป็นหลักฐานการชำระเงินของผู้ถือบัตรต่อบริษัท และไม่เป็นการปลดเปลื้องภาระรับผิดชอบของผู้ถือบัตรที่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่บริษัทจนครบถ้วน          
     1.8 กรณีที่ผู้ถือบัตรสั่งซื้อสินค้าตามข้อ 1.7 ผู้ถือบัตร ตกลงดังนี้
         (ก) กรณีผู้ถือบัตรทักท้วงว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าหรือไม่ได้เป็นผู้ขอใช้บริการจากผู้ขาย หรือผู้ให้บริการ หรือกรณีได้ถูกเรียกเก็บเงินไปแล้ว บริษัทจะคืนเงินให้ผู้ถือบัตร เว้นแต่บริษัทพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้ถือบัตรเอง โดยบริษัทจะใช้สิทธิเรียกเก็บเงินคืนจากผู้ถือบัตรในภายหลัง โดยผู้ถือบัตรตกลงที่จะรับผิดในดอกเบี้ย และ/หรือ ค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าวด้วย
         (ข) ผู้ถือบัตรมีสิทธิขอยกเลิกการซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายในระยะเวลา 45 วัน นับแต่วันที่สั่งซื้อหรือขอใช้บริการ หรือภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการ  กรณีที่มีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบสินค้า หรือบริการเป็นลายลักษณ์อักษรหากผู้ถือบัตรพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าหรือไม่ได้ขอใช้บริการ  หรือเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าแต่ได้รับไม่ตรงตามกำหนดเวลาหรือได้รับแล้วแต่ไม่ครบถ้วนหรือชำรุดบกพร่อง หรือไม่ถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์ บริษัทจะระงับการเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตร หรือกรณีเรียกเก็บเงินไปแล้วถ้าเป็นการสั่งซื้อสินค้าภายในประเทศ บริษัทจะคืนเงินให้ผู้ถือบัตรภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือบัตรแจ้ง ถ้าเป็นการซื้อสินค้าหรือ บริการจากต่างประเทศ บริษัทจะคืนเงินให้ภายในระยะเวลา 60 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ถือบัตร
     1.9 ผู้ถือบัตรตกลงชำระหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรตามอัตราและวิธีการที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะจัดทำใบแจ้ง ยอดบัญชี (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดปกติหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นรายเดือนโดยจะส่งใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวให้ผู้ถือบัตรทราบทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์และ/หรือ ให้ผู้ถือบัตรทำการตรวจสอบจากเว็บไซต์ของบริษัทเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 วันล่วงหน้าก่อนวันถึงกำหนดชำระ และผู้ถือบัตรตกลงชำระเงินค่าสินค้า ค่าบริการ หนี้อื่นใดอันเกิดจากการใช้บัตรโดยผู้ถือบัตรหลักและ/หรือผู้ถือบัตรเสริมรวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่นๆ ให้บริษัทภายในวันที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิต ยอดเงินขั้นต่ำที่แสดงไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตจะเป็นยอดเงินขั้นต่ำที่ผู้ถือบัตรต้องชำระในแต่ละเดือน ในกรณีที่ผู้ถือบัตรเห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้ถือบัตรจะต้องปฏิบัติดังนี้
         (ก) ทักท้วงภายใน 10 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ผู้ถือบัตรได้รับใบแจ้งยอดบัญชีจากบริษัทและ/หรือวันที่บริษัททำการแจ้งให้ท่านตรวจสอบข้อมูลใบแจ้งยอดบัญชีจากเว็บไซต์ของบริษัท ในการพิจารณาวันครบกำหนดดังกล่าวบริษัท จะนำสืบวัน เวลาที่นำส่งใบแจ้งยอดบัญชีให้แก่ผู้ขนส่ง และการทำงานของผู้ขนส่ง
         (ข) ในกรณีที่บริษัทตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายการในใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้องแล้ว ผู้ถือบัตรจะต้องพิสูจน์ว่ารายการ และยอดค่าใช้จ่ายตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีไม่ถูกต้อง และความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของผู้ถือบัตรเอง ทั้งนี้ผู้ถือบัตรจะต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือบัตรได้รับในใบแจ้งยอดบัญชีจากบริษัท ทั้งนี้ ในกรณีผู้ถือบัตรต้องการสำเนาใบแจ้งยอดบัญชี หรือสำเนาใบบันทึกการขาย เพื่อตรวจสอบรายการที่เกิดจากการใช้บัตร ผู้ถือบัตรตกลงจ่ายค่าธรรมเนียมการออกสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีในอัตราที่บริษัทกำหนดให้แก่บริษัท
     1.10 ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากการใช้จ่ายผ่านบัตร (รวมถึงการเบิกเงินสด) เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทถูกเรียกเก็บจากบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับบริษัท ทั้งนี้ หากสกุลเงินต่างประเทศดังกล่าวไม่ใช่สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐก่อนที่จะทำการแปลงเป็นสกุลเงินบาทเพื่อเรียกเก็บกับบริษัท ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก: กรณีบัตร VISA :http://corporate.visa.com/pd/consumer_services/ consumer _ex_rates.jsp
     นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงให้บริษัทคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราไม่เกิน ร้อยละ 2.5 จากยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวข้างต้น
     1.11 ในกรณีที่บัตรสูญหาย ถูกโจรกรรม หรือมีการทำธุรกรรมผ่านบัญชีบัตรโดยบุคคลอื่น (ไม่ว่าโดยการ ใช้บัตรหรือไม่ก็ตาม) ผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวทันทีเพื่อทำการระงับการใช้บัตร และยกเลิกรหัสประจำบัตร โดยหลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการบัตรดังกล่าวภายใน 5 นาที นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง ซึ่งผู้ถือบัตรตกลงรับผิดในจำนวนภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนมีการแจ้งดังกล่าว  (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า) ทั้งนี้ หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้น และมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ ผู้ถือบัตรต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากภายหลังบริษัทตรวจสอบและพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นดังกล่าว (ไม่ว่าก่อนหรือหลังการแจ้ง) เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ถือบัตรหรือผู้ถือบัตรมีส่วนรู้เห็นด้วย ผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบในหนี้จำนวนดังกล่าวเต็มจำนวน ในกรณีที่ผู้ถือบัตรต้องการให้บริษัทออกบัตรให้ใหม่ ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตร  (ในส่วนที่ผู้ถือบัตรต้องรับผิดชอบ) และผู้ถือบัตรจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่ในอัตราที่บริษัทได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบและหากผู้ถือบัตรพบบัตรที่สูญหายหรือได้รับบัตรที่สูญหายคืน ผู้ถือบัตรจะทำลายบัตร เพื่อป้องกันมิให้มีการนำบัตรไปใช้ได้อีก
         1.12 ผู้ถือบัตรให้ความยินยอมแก่บริษัทและบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลเครดิตอื่นๆ ที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ในการตรวจสอบหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และ/หรือข้อมูลเครดิต และ/หรือข้อมูลอื่นใดที่มีอยู่ในใบสมัคร หรือการสื่อสารใดๆ ที่มีอยู่กับบริษัท บริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลเครดิตอื่นๆ ธนาคาร สถาบันการเงิน และนิติบุคคลอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลอื่นๆ และบริษัทในเครือของบริษัท รวมถึง การส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ อาทิ ประเทศออสเตรเลียและอินเดีย เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาสินเชื่อ การสนับสนุน หรือ การประเมินเครดิตของผู้ถือบัตรได้ตลอดไป แม้ว่าผู้ถือบัตรจะได้ปิดบัญชีหรือยกเลิกการใช้บริการ ของบริษัทไปแล้วก็ตาม ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบริษัทในการพิจารณาให้สินเชื่อ หรือ วัตถุประสงค์อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดและผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทสามารถนำผลการตรวจสอบดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือบัตรว่ามีลักษณะเข้าข่ายกรณีต่างๆ ตามข้อ 2.2 หรือไม่
         1.13 ผู้ถือบัตรยินยอมให้บริษัทเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ถือบัตรที่ให้ไว้กับบริษัท ทั้งในใบสมัคร หรือ ทางการสื่อสารใดๆ แก่บริษัทในเครือและบุคคลอื่นรวมทั้งการใช้หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail address) และ/หรือช่องทางอื่นใดสำหรับการติดต่อสื่อสารกับผู้ถือบัตร หรือการส่งใบแจ้งหนี้ หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลเครดิตแก่ผู้ถือบัตรผ่านทางระบบสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต หรือคอมพิวเตอร์ หรือใช้ข้อมูลดังกล่าวในการเสนอสินค้า หรือบริการที่บริษัทเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ถือบัตร หรือเพื่อทบทวนวงเงิน สินเชื่อ รวมทั้งการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (หากมี) โดยระบุจำนวนค้างชำระได้ และผู้ถือบัตรจะแจ้งให้บริษัท ทราบทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งนี้ สำหรับการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (ถ้ามี) นั้น ผู้ถือบัตรรับทราบ และตกลงว่าบริษัทจะทำการมอบหมายให้กับบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการแทนบริษัทหรืออาจจะดำเนินการด้วยตนเองก็ได้ และให้ความยินยอมกับบริษัท และ/หรือตัวแทนของบริษัทในการดำเนินการติดต่อกับบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือบัตร ในการติดตามทวงถามหนี้ดังกล่าวในกรณีที่จำเป็นหรือไม่สามารถติดต่อผู้ถือบัตรได้ พร้อมทั้งยินยอมให้บริษัทและ/หรือ ผู้แทนของบริษัททำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินของผู้ถือบัตรให้กับบุคคลต่างๆ ดังกล่าวรวมถึงตกลงให้บริษัทสามารถรับชำระหนี้ใดๆ ของผู้ถือบัตรจากบุคคลอื่นได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ในการติดตามทวงถามหนี้ ค้างชำระของผู้ถือบัตรและให้ความยินยอมนี้มีอยู่ตลอดไปแม้จะได้มีการยกเลิกบัญชีบัตรแล้วก็ตาม
         1.14 ผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งให้บริษัททราบทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อ นามสกุล อาชีพ สถานที่ทำงาน  สถานที่อยู่ และรายละเอียดอื่นๆ ทั้งนี้บรรดาเอกสาร หรือหนังสือใดๆ ที่บริษัทส่งไปยังผู้ถือบัตรหากส่งไปยังที่อยู่และ/ หรือที่ทำงานตามที่ผู้ถือบัตรได้แจ้งไว้ให้ถือว่าส่งให้ผู้ถือบัตรแล้วโดยชอบ  
         1.15 หากบริษัทมิได้แจ้งยกเลิก เรียกคืน หรือ ระงับการใช้บัตรตามข้อ 2.2 ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรนี้ไปใช้ได้ จนถึงวันที่บัตรหมดอายุซึ่งได้กำหนดไว้บนบัตร โดยการพิจารณาอนุมัติบัตรใหม่ให้กับผู้ถือบัตรนั้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ซึ่งบริษัทขอสงวนสิทธิในการไม่ต่ออายุบัตรให้กับผู้ถือบัตรที่คุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์ ทั้งนี้ หากบริษัทพิจารณาต่ออายุบัตรให้ ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับการต่ออายุบัตร นั้น โดยการขอเปิดใช้บัตรตามวิธีที่บริษัทกำหนด หรือในกรณีที่บริษัทไม่ต่ออายุบัตรให้ถือว่าสิทธิของผู้ถือบัตรตามสัญญานี้สิ้นสุดลงโดยผู้ถือบัตรมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ใดๆ  ที่คงค้างตามสัญญานี้ต่อไปจนกว่าจะชำระครบถ้วนหมดสิ้นทั้งจำนวน   
         1.16 ผู้ถือบัตรสามารถแจ้งบริษัทเพื่อยกเลิกการใช้บัตรเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งไปยังบริษัท ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรสามารถร้องขอค่าธรรมเนียมรายปีตามส่วนของระยะเวลาที่ยังมิได้ ใช้บริการคืนจากบริษัทโดยจะต้องทำเรื่องขอคืนค่าธรรมเนียมภายใน 1 ปีนับจากวันที่แจ้งยกเลิก
         1.17 ผู้ถือบัตรตกลงและยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับชำระจากผู้ถือบัตรไปหักจากยอดเงินที่บริษัทเรียกเก็บโดยมีเงื่อนไขการชำระเงินและลำดับการหักยอดเงินตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตที่บริษัทจัดส่งให้กับผู้ถือบัตร

2. สิทธิหน้าที่ของบริษัท

    2.1 บริษัทไม่รับผิดชอบในกรณีที่ธนาคาร ร้านค้า หรือผู้ประกอบการไม่รับบัตรหรือปฏิเสธการรับบัตรของผู้ถือบัตรในการทำธุรกรรมต่างๆ และบริษัทไม่รับผิดชอบในข้อตกลงหรือเงื่อนไขใดๆ ที่เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ซึ่งผู้ถือบัตรได้ทำไว้กับร้านค้าหรือสถานที่เหล่านั้น ทั้งนี้ผู้ถือบัตรตกลงว่าบริษัทมีสิทธิระงับบัตรของผู้ถือบัตร ในกรณีที่ผู้ถือบัตรใช้บัตรในการทำธุรกรรมที่มีวัตถุประสงค์ เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตามกฏหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือ เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมถึงการใช้บัตรใดๆ ที่เป็นไปในลักษณะเชิงพาณิชย์ หรือมีลักษณะการใช้บัตรที่ไม่เหมาะสม
    2.2 บริษัทสงวนสิทธิ์ในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้ และ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตร (ทั้งบัตรหลักและ/หรือบัตรเสริม) เมื่อใดก็ได้ในกรณีที่เกิดเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา เหตุใด เหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ขึ้น ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งการระงับหรือเพิกถอนดังกล่าวให้ผู้ถือบัตรทราบ และมีผลใช้บังคับทันที โดยผู้ถือบัตรยังคงต้องรับผิดชอบในยอดคงค้างที่ยังไม่ได้ชำระให้กับบริษัทภายในเวลาที่บริษัทกำหนดในหนังสือแจ้งการระงับหรือเพิกถอนสิทธิดังกล่าว
         (ก) ผู้ถือบัตรแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในการสมัครเป็นผู้ถือบัตรไม่ว่าข้อความอันเป็นเท็จนั้นจะได้ปรากฏขึ้น หรือเป็นที่รับทราบของบริษัทก่อน หรือภายหลังการออกบัตรให้ผู้ถือบัตร
         (ข) ผู้ถือบัตรไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้
         (ค) ผู้ถือบัตรผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระเมื่อถึงกำหนดชำระไม่ว่ากับบริษัท หรือบุคคลใดๆ หรือผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระกับบริษัทเมื่อถึงกำหนดชำระเป็นจำนวนรวมกันตั้งแต่ 2 งวดขึ้นไปภายในรอบ 6 เดือน
         (ง) เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของผู้ถือบัตรหรือรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆ (หรือผู้ถือบัตรมีภาระหนี้ หรือ วงเงินไม่ว่ากับบริษัท หรือสถาบันการเงินอื่นสูงเกินกว่ารายได้) และบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ถือบัตรเป็นผู้มีฐานะการเงินไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตร หรือ ผู้ถือบัตรประสบปัญหาอื่นใดอันเป็นสาระสำคัญซึ่งมีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ถือบัตร
         (จ) บริษัทพบว่าผู้ถือบัตรใช้บัตรผิดวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญานี้และ/หรือมีพฤติกรรม หรือ คุณสมบัติ ที่ไม่เหมาะสมในการใช้บัตร หรือ เป็นสมาชิกผู้ถือบัตรรวมถึงการใช้บัตรเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ หรือ มีพฤติกรรมการใช้บัตรในทางฉ้อฉลหรือทุจริต หรือ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการปลอมและการใช้เอกสารปลอมในการขอใช้บัตรและ/หรือการกระทำอันมีลักษณะฟอกเงิน) หรือ เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
         (ฉ) ผู้ถือบัตรถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือเป็นบุคคลที่ถูกหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจมีคำสั่งให้ยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมอันถือได้ว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัท หรือสถาบันการเงินอื่น
         (ช) ผู้ถือบัตรเสียชีวิต สาบสูญ หรือตกเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือตกเป็นบุคคล ล้มละลายตามคำพิพากษาตามแต่กรณี
         (ซ) ผู้ถือบัตรไม่แสดงหรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเงินได้ขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือหน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
         (ฌ) เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย กฎกระทรวง และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญแก่การประกอบกิจการของบริษัทและ/หรือการให้บริการของบริษัทตามสัญญาฉบับนี้ หรือบริษัทตัดสินใจยกเลิกการให้บริการบัตรเครดิตตามสัญญานี้
         (ญ) ในกรณีที่ผู้ถือบัตรไม่มียอดคงค้างไม่มีค่าใช้จ่ายผ่ายบัญชีของผู้ถือบัตร ไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่ได้มีการติดต่อกับบริษัทและ/หรือบริษัทไม่สามารถติดต่อผู้ถือบัตรได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
         (ฎ) กรณีอื่นๆ ตามที่บริษัทจะประกาศให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่บัตรหลักถูกระงับหรือถูกยกเลิก (รวมถึง กรณีที่ไม่ได้รับการต่ออายุบัตร) จะมีผลทำให้บัตรเสริมถูกระงับและ/หรือถูกยกเลิกพร้อมกันกับบัตรหลักทันที
     2.3 ในระหว่างที่มีเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา เหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น (นอกเหนือจากสิทธิในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้และ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตรเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งตามที่ระบุในข้อ 2.2 ข้างต้นแล้ว) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่ได้ให้กับผู้ถือบัตร (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีที่ผู้ถือบัตรได้รับอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษ) โดยเมื่อมีเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น บริษัทสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษที่ผู้ถือบัตรได้รับให้เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ในขณะนั้น (ในขณะทำสัญญานี้อัตราดอกเบี้ย เท่ากับร้อยละ 15 ต่อปี และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเท่ากับร้อยละ 3 ต่อปี) จนกว่าแห่งการผิดสัญญา หรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่บริษัทต้องแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบล่วงหน้า
     2.4 บริษัทมีสิทธิที่จะโอนสิทธิหน้าที่และผลประโยชน์ใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมใดๆ จากผู้ถือบัตร ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งการโอนเป็นหนังสือไปยังผู้ถือบัตร
     2.5 บริษัทมีสิทธิเปลี่ยนแปลงงวดบัญชีของผู้ถือบัตร โดยจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และให้ถือว่าหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรนั้นถึงกำหนด ชำระตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี โดยไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่
     2.6 บริษัทสงวนสิทธิในการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ได้ตามความเหมาะสม  รวมถึงสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือ ยกเลิกการให้บริการใดๆ ตามสัญญานี้หรือเพิกถอนสิทธิประโยชน์ ของบัตรไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ เฉพาะแต่ผู้ถือบัตรรายใดรายหนึ่งเมื่อใดก็ได้โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบ โดยประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทย หรือ ทางไปรษณีย์ เว้นแต่กรณีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย บริษัทจะมีหนังสือบอกกล่าวแก่ผู้ถือบัตรทราบก่อนที่จะถือปฏิบัติล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน  บริษัทจะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทางไปรษณีย์ หรือ ประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน โดยในกรณีประกาศทางหนังสือพิมพ์ บริษัทจะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทางไปรษณีย์อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ และผู้ถือบัตรตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใดๆ ให้กับบริษัทอีกทั้งสิ้น
     2.7 การล่าช้าหรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทตามกฎหมาย หรือ ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้น ไม่ถือว่า บริษัทสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ผู้ถือบัตรแต่ประการใด

3. ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร

    ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้
    3.1 การใช้บัตรเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าหรือใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ แทนการชำระเงินสดผู้ถือบัตร ตกลงที่จะชำระคืนให้แก่บริษัทพร้อมกับค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) โดยที่ยอดชำระขั้นต่ำในแต่ละงวดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของยอดสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้างที่ต้องชำระหรือไม่ต่ำกว่าอัตราที่บริษัทประกาศใช้ ณ ขณะนั้นแล้วแต่ยอดใดจะมากกว่า
    3.2 ในกรณีผู้ถือบัตรไม่สามารถชำระเงินครบถ้วนเต็มจำนวนตามใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตในคราวเดียวกันภายในวันที่ถึงกำหนดชำระถือว่าผู้ถือบัตรขอผ่อนเวลาการชำระหนี้ส่วนที่เหลือโดยตกลงที่จะชำระ ก) ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ในยอดหนี้ทั้งจำนวนโดยคิดคำนวณจากวันที่มีการบันทึกรายการ/วันที่ได้รับเงินต้น (ตามแต่กรณี) จนถึงวันที่ผู้ถือบัตร ชำระหนี้บางส่วน และ ข) ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในยอดหนี้ค้างชำระที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ สำหรับอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมนั้นให้เป็นไปตามอัตราที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทจะเรียกเก็บได้ตามที่กฎหมายกำหนดในขณะนั้น (ในขณะทำสัญญานี้อัตราดอกเบี้ยเท่ากับร้อยละ 15 ต่อปี และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเท่ากับ ร้อยละ 3 ต่อปี) โดยบริษัทจะคำนวณดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมดังกล่าวนับจากวันที่บริษัทจ่ายเงินให้ร้านค้าจนถึงวันที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้ครบถ้วน ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินรวมกันเรียกว่า “ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ”
    3.3 กรณีที่ผู้ถือบัตรทำธุรกรรมใดๆ ที่เข้าลักษณะการเลือกผ่อนชำระต้นเงินที่ใช้จ่ายผ่านบัตร (หรือเบิกถอนผ่านบัตร) เป็นรายงวดตามจำนวนเงินและจำนวนงวดที่ตกลงกับบริษัท ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าจำนวนเงินที่ผู้ถือบัตรต้อง ชำระแต่ละงวดตามที่บริษัทแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบนั้นเป็นการคำนวณเบื้องต้นโดยใช้อัตราดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินแบบคงที่เพื่อความสะดวกในการคำนวณหาจำนวนยอดเงินที่ผู้ถือบัตรต้องชำระต่อเดือน ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทใช้หลักเกณฑ์ในการคำนวณค่าธรรมเนียมสินเชื่อแบบลดต้นลดดอก หากผู้ถือบัตรมีการชำระเงินงวดหนึ่งงวดใดน้อย หรือมากกว่าจำนวนที่ระบุข้างต้นและ/หรือมีการชำระไม่ตรงเวลาที่กำหนดจะไม่กระทบจำนวนยอดเงินที่จะชำระในแต่ละงวด (ยกเว้นงวดสุดท้าย) แต่จะมีผลให้จำนวนยอดเงินที่ผู้ถือบัตรต้องชำระในงวดสุดท้ายเพิ่มขึ้นหรือลดลง (ตามแต่กรณี) และ/หรืออาจทำให้จำนวนงวดที่ต้องชำระลดลงหากมีการชำระค่างวดเกินกว่าจำนวนที่กำหนดในแต่ละงวด
    3.4 กรณีที่ผู้ถือบัตรได้รับค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 3.2 ข้างต้น ในการทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึง () การผ่อนชำระสินค้า บริการ หรือเงินสดไม่ว่าในรูปแบบใด และ/หรือ () การโอนยอดคงค้างชำระเพื่อผ่อนชำระ หากผู้ถือบัตรต้องการชำระเงินคงค้างที่เกิดจากรายการดังกล่าวทั้งหมด ในคราวเดียวก่อนกำหนดระยะเวลาที่ตกลงไว้กับบริษัท บริษัทสงวนสิทธิที่จะปรับค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษ ดังกล่าวกลับมาเป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราปกติตามข้อ 3.2 โดยจำนวนค่าธรรมเนียมสินเชื่อที่ผู้ถือบัตรต้องชำระให้กับบริษัทจะเท่ากับผลต่างของ (1) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมด ในอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดบนยอดเงินต้นทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรขอใช้โดยคำนวณนับจากวันที่ผู้ถือบัตรได้รับเงินต้นหรือวันที่มีการบันทึกรายการ (ตามแต่กรณี) จนถึงวันที่ผู้ถือบัตรทำการขอชำระคืนทั้งหมดลบด้วย (2) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้ถือบัตรได้ชำระ ให้แก่บริษัททั้งหมดแล้ว จนถึงวันก่อนวันที่ผู้ถือบัตรจะทำการชำระเงินต้นทั้งหมดคืนก่อนระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม เมื่อรวมจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรต้องชำระ จะต้องไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่บริษัทสามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
    3.5 กรณีที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้ตามบัตรโดยการใช้เช็ค และปรากฏว่าเช็คดังกล่าวถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน  ผู้ถือบัตรตกลงเสียค่าปรับกรณีเช็คคืนในอัตราที่บริษัทกำหนด แต่ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทจะเรียกเก็บได้ตามกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
    3.6 ผู้ถือบัตรตกลงที่จะชำระค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรตามที่ได้มีการระบุไว้ในใบสมัคร (หรือที่จะได้ มีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมในภายหน้า) ให้กับบริษัท (ถ้ามี) ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาต
    3.7 นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมตามข้อ 3.6 แล้ว ในการใช้บัตรชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการรวมถึงการเบิกเงินสดนั้น ในกรณีที่การทำรายการต่างๆ ดังกล่าว มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายโดยผู้ประกอบการ หรือร้านค้าโดยทำการเรียกเก็บผ่านทางบัญชีบัตร ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าผู้ถือบัตรได้รับทราบถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ณ ขณะทำรายการหรือใช้บัตรและตกลงที่จะชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวที่เกิดขึ้น
    3.8 หากมีการติดตามทวงถามหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้บริษัทเต็มตามจำนวนซึ่งรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฏหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการที่บริษัทจะใช้สิทธิตามกฎหมายบังคับให้ผู้ถือบัตรชำระหนี้ตามความในสัญญานี้

4. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการซื้อสินค้า/บริการแบบผ่อนชำระ

    เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ใช้บังคับกับผู้ถือบัตรที่ซื้อสินค้าและ/หรือชำระค่าบริการแบบผ่อนชำระ เป็นงวดๆ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่ง ของสัญญานี้
    4.1 ผู้ถือบัตรอาจใช้บัตรซื้อสินค้าและ/หรือใช้บริการจากสถานประกอบการและ/หรือร้านค้าที่ร่วมรายการ (ซึ่งต่อไปนี้ จะเรียกว่า “ร้านค้า”) แบบผ่อนชำระโดยผู้ถือบัตรตกลงที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
         (ก) สินค้าและ/หรือบริการนั้นจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทและ/หรือร้านค้ากำหนด
        (ข) บริษัทจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดำเนินการสำหรับสินค้าหรือบริการบางประเภท (ถ้ามี) และ/หรือค่าธรรมเนียมสินเชื่อ ซึ่งจะคำนวณระยะเวลาและเงื่อนไขที่ตกลงกันซึ่งเมื่อรวมกับค่าสินค้าหรือบริการแล้วจะเป็นยอดเงินทั้งหมด ที่ผู้ถือบัตรจะต้องผ่อนชำระ
        (ค) ผู้ถือบัตรตกลงผ่อนชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการเป็นรายงวดตามที่ตกลงกับบริษัทและ/หรือร้านค้า ทั้งนี้จำนวน งวดการชำระและ/หรือจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในงวดสุดท้ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและ ระยะเวลาในการชำระเงินในแต่ละงวดของผู้ถือบัตร
        (ง) ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราว ผู้ถือบัตรจะต้องลงลายมือชื่อในเอกสาร หรือบนเครื่องรับลายเซ็น (Electronic Sign Pad) หรืออุปกรณ์อื่นใดตามแบบที่บริษัทกำหนด หรือดำเนินการอย่างใดๆ ตามแบบวิธีการที่บริษัทกำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้า หรือใช้บริการแบบผ่อนชำระโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้
        (จ) ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการให้แก่ผู้ขายสินค้าและ/หรือผู้ให้บริการแทนผู้ถือบัตรและให้ถือว่าผู้ถือบัตรได้รับเงินต้น/สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์ เมื่อผู้ถือบัตรได้รับสินค้าและ/หรือบริการจากผู้ขายสินค้าแล้ว หรือเมื่อบริษัทชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายสินค้าและ/หรือผู้ให้บริการโดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้าและ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของผู้ถือบัตร
    4.2 ผู้ถือบัตรต้องแสดงบัตรต่อพนักงานของร้านค้านั้น และลงลายมือชื่อในเอกสารการขายหรือการให้บริการ (Sales Slip) หรือบนเครื่องรับลายเซ็น (Electronic Sign Pad) หรืออุปกรณ์อื่นใด หรือดำเนินการอย่างใดๆ ตามแบบวิธีการที่บริษัทกำหนด เพื่อเป็นหลักฐานในการใช้บัตรแบบผ่อนชำระ แทนการชำระเงินทุกครั้ง
    4.3 ภายใต้หลักเกณฑ์ในข้อ 3.3 ในกรณีที่ผู้ถือบัตรต้องการชำระค่างวดสินค้าที่ผ่อนชำระในคราวเดียว  ผู้ถือบัตร จะต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี และจะต้องชำระเงินที่คงค้างทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยและ/หรือ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินสำหรับงวดผ่อนชำระที่เหลือทั้งหมด
    4.4 บริษัทไม่รับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องของสินค้าใดๆ ซึ่งผู้ถือบัตรซื้อในกรณีที่มีการเปลี่ยน หรือคืนสินค้า ผู้ถือบัตรตกลงที่จะปฏิบัติตามระเบียบและ/หรือข้อกำหนดในการเปลี่ยนหรือคืนสินค้าของร้านค้าหรือสถานประกอบการนั้นๆ
    4.5 ผู้ถือบัตรอาจทำรายการผ่อนชำระสินค้า และ/หรือบริการผ่านทางโทรศัพท์ และ/หรือผ่านเว็ปไซต์ และ/หรือผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มีโดยบริษัทบนโทรศัพท์เคลื่อนที่และ/หรือช่องทางอื่นๆ ที่บริษัทแจ้งให้ทราบได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัท ทั้งนี้เว้นแต่ข้อกำหนดและเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าวจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ถือบัตรตกลงว่าให้นำข้อกำหนดตามข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 7 ของสัญญานี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

5. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการและธุรกรรมทางโทรศัพท์

     5.1 ผู้ถือบัตรสามารถใช้รหัสประจำตัวของผู้ถือบัตร ซึ่งใช้กับบัตรหรือที่ได้รับแจ้งจากบริษัท หรือที่จะได้มีการเปลี่ยนแปลง ในภายหน้าในการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ของบริษัท ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรสัญญาว่าจะรักษารหัสดังกล่าวไว้เป็นความลับ แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากผู้ถือบัตรประสงค์จะเปลี่ยนรหัสดังกล่าวก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้บริษัททราบ
    5.2 ผู้ถือบัตรตกลงยินยอมรับผิดชอบในการกระทำใดๆ ที่ดำเนินการผ่านบริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์โดยใช้รหัสประจำตัวของผู้ถือบัตรและ/หรือที่ได้ทำผ่านโทรศัพท์โดยการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท (ซึ่งจะได้มีการตรวจสอบยืนยันข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร) รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการขอเบิกใช้เงินสดล่วงหน้า หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้ถือว่าเมื่อได้ทำธุรกรรมหรือคำร้องขอใดๆ แล้วให้มีผลผูกพันผู้ถือบัตรโดยไม่อาจเพิกถอนได้ เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือยืนยันการเพิกถอนธุรกรรมนั้นๆ และให้ผลแห่งการกระทำใดๆ ที่กระทำผ่านทางโทรศัพท์มีผลผูกพัน ทั้งผู้ถือบัตรหลักและบัตรเสริมทุกประการ
    5.3 ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับว่าบรรดาคู่มือวิธีการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการดังกล่าวทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ หรือที่จะมีต่อไป (หรือแก้ไข) ในภายหน้า ซึ่งบริษัทได้มอบหรือจัดส่งให้แก่ผู้ถือบัตร  รวมทั้งคำสั่ง คำแนะนำ คำตอบรับหรือธุรกรรมใดๆ ทางเครื่องโทรศัพท์ซึ่งผู้ถือบัตรใช้ในการดำเนินการต่างๆ นั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขตามสัญญานี้ด้วย
    5.4 ผู้ถือบัตรตกลงชำระค่าธรรมเนียมการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ (ถ้ามี) ตามกำหนดเวลาและอัตรา ที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ตามอัตราที่บริษัทกำหนดเมื่อใดก็ได้ โดยบริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
    5.5 ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมใดๆ ผ่านทางโทรศัพท์ (รวมถึง การติดต่อใดๆ กับบริษัทผ่านทางโทรศัพท์) นั้นอาจมีการบันทึกเสียงหรือบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการตรวจสอบหรือใช้เป็นหลักฐาน  โดยผู้ถือบัตรตกลงและยินยอมให้บริษัทสามารถบันทึกเสียงและข้อมูลดังกล่าวได้ และสามารถให้ใช้บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างบริษัทกับผู้ถือบัตร โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรอีก

6. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตรกับเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM)

    6.1 ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรไปใช้บริการต่างๆ ผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารพาณิชย์ ทั้งในและต่างประเทศตามแต่คุณสมบัติของแต่ละประเภทบัตรที่บริษัทกำหนด ผู้ถือบัตรต้องใช้รหัสประจำตัว (PIN) ที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนของบริษัท ประกอบการใช้บัตรผ่านเครื่อง ฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ทุกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรสัญญาว่าจะรักษารหัสดังกล่าวไว้เป็นความลับแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากผู้ถือบัตรประสงค์จะเปลี่ยนรหัสดังกล่าวก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้บริษัททราบ
    6.2 ผู้ถือบัตรจะใช้บัตรทำรายการต่างๆ ได้ไม่เกินจำนวนครั้งและจำนวนเงินที่บริษัทกำหนดและกรณีการใช้บริการ ผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) หากผู้ถือบัตรกดรหัสผิดเกินกว่าจำนวนที่ผู้ให้บริการเครื่องฝาก-ถอนเงิน อัตโนมัติ (ATM) แต่ละรายกำหนด ผู้ถือบัตรจะไม่สามารถทำรายการใดๆ ผ่านบัตรได้อีกจนกว่าผู้ถือบัตรติดต่อกับบริษัท
    6.3 ในการใช้บัตรเพื่อเบิกเงินสด ผู้ถือบัตรตกลงยอมผูกพันตามข้อกำหนด และเงื่อนไขต่างๆ ตามสัญญานี้ และให้ถือว่า (1) ใบบันทึกรายการดังกล่าว และ/หรือ (2) ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคารเจ้าของ เครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) เป็นหลักฐานการได้รับเงินของผู้ถือบัตรตามสัญญาฉบับนี้แล้ว
    6.4 ในการทำธุรกรรมผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) อาจจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการ โดยสถาบันการเงินผู้ให้บริการเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดังนั้นผู้ถือบัตรควรศึกษารายละเอียดค่าธรรมเนียมดังกล่าวก่อนทำรายการ โดยบริษัทจะถือว่าในการทำรายการของผู้ถือบัตรนั้น ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบในค่าธรรมเนียมดังกล่าวและผู้ถือบัตรตกลงยินยอมชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) และตกลงยินยอมให้บริษัทหักเงินจากบัตรเครดิตของผู้ถือบัตร ได้ตามอัตราและกำหนดเวลาที่บริษัทกำหนด

7. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการทำธุรกรรมและ/หรือการใช้บริการผ่านทางเว็ปไซต์ของบริษัท หรือ ผ่านทาง โปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มีโดยบริษัทบนโทรศัพท์เคลื่อนที่

    7.1 ผู้ถือบัตรสามารถใช้บริการบางประเภทผ่านทางเว็ปไซต์ของทางบริษัท หรือ ผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มี โดยบริษัท (“โปรแกรม”) (ตามที่มีให้บริการอยู่ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง) ได้โดยทำการลงทะเบียน ผ่านทางเว็ปไซต์ หรือ โปรแกรมของบริษัท โดยผู้ถือบัตรจะต้องใช้รหัสประจำตัวที่ได้รับจากการลงทะเบียน (หรือที่ผู้ถือบัตรเป็นผู้กำหนด) ในการทำธุรกรรมหรือใช้บริการต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทและ/หรือบนโปรแกรมดังกล่าว
    7.2 ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการใดๆ ผ่านทางเว็ปไซต์ของบริษัทและ/หรือบนโปรแกรม ดังกล่าวผู้ถือบัตรตกลงยอมรับและจะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวกับการใช้เว็ปไซต์และ/หรือบน โปรแกรมดังกล่าวทุกประการและให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวมีผลผูกพันผู้ถือบัตรตามสัญญาฉบับนี้แล้วโดยไม่จำเป็น ต้องทำเป็นเอกสารลงลายมือชื่อของผู้ถือบัตรอีก
    7.3 ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการใดๆ ผ่านทางเว็ปไซต์ของบริษัทและ/หรือบนโปรแกรม ดังกล่าวนั้น อาจมีการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวเพื่อใช้ในการตรวจสอบและสามารถให้ใช้บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างบริษัทกับผู้ถือบัตรโดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรอีก

8. ข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับคะแนนสะสมและการแลกของรางวัล

    8.1 ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าบริษัทอาจจัดให้มีรายการคะแนนสะสม หรือรายการผลประโยชน์เป็นครั้งคราว อันเนื่องมาจากการใช้บัตรของผู้ถือบัตรตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของรายการนั้นๆ ตามที่บริษัทจะได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรตกลงผูกพันตามข้อกำหนดต่างๆ ดังกล่าวที่เกี่ยวข้องและให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้
    8.2 ผู้ถือบัตรตกลงว่าบรรดาสิทธิพิเศษใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิพิเศษจากรายการส่งเสริมการขายรายการ คะแนนสะสม หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่บริษัทจะจัดให้กับผู้ถือบัตรนั้นนอกเหนือจากที่ได้มีการระบุไว้ในเงื่อนไขของ รายการนั้นๆ ผู้ถือบัตรตกลงว่าบริษัทมีสิทธิที่จะมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ดังกล่าวให้กับผู้ถือบัตรเฉพาะผู้ที่บัญชียังไม่ถูกระงับหรือยกเลิก มีประวัติการชำระเงินดีและ/หรือไม่ได้มีการทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆ ตามสัญญานี้เท่านั้น สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายของประเทศไทย ในกรณีที่มีการจัดทำขึ้นทั้งฉบับภาษาไทย และฉบับภาษาอังกฤษ หากมีข้อความขัดแย้งกันให้ใช้สัญญาฉบับภาษาไทยเป็นหลักในการบังคับใช้และตีความ